News

เผยประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้จริง คุณไว้ใจเหล็กดัดได้มากแค่ไหน?


สวัสดีครับ วันนี้ C-Curity Xpert ขอนำเสนอบทความที่จะเป็นประโยชน์มากสำหรับทุกคนนะครับ พอดีหาข้อมูลด้านระบบรักษาความปลอดภัยในอินเตอร์เนตแล้วก็ไปเจอบทความนี้ใน pantip ก็เลยเอามาฝากเพื่อนๆ ให้ได้อ่านกันครับ อ่านแล้วคุณจะรู้เลยว่า ขโมยบ้านเรามีความพยายามกันมากจริงๆ!

สนใจก็คลิ๊กเข้ามาอ่านกันเลย
http://pantip.com/topic/31713810

C-Curity ผู้นำด้านอุปกรณ์สัญญาณกันขโมยแบบติดตั้งได้เอง ใส่ถ่านใช้งานได้ทันที หมดยุคที่ต้องเลือกแล้วในเมื่อคุณสามารถซื้อได้ทั้งเหล็กดัดและสัญญาณกันขโมยได้พร้อมกัน!

Read more →

ประกาศ!! 10 อันดับซอยอันตรายในกรุงเทพ จะมีที่ไหนบ้าง!!??



สวัสดีคร่า ^__^ กลับมาพบกับบทความสาระด้านความปลอดภัยกับซีระกันอีกครั้งนะคะ คือบังเอิญได้ยินข่าวมาจากพี่ๆ ที่ออฟฟิศว่าสมัยนี้จะซื้อบ้านสักหลังนึงไม่ใช่ว่าเห็นถูก ซื้อได้ก็ซื้อๆ กันไปนะค่ะ แต่ต้องศึกษาทำเลให้ดีก่อนว่ามีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ซีระจึงขอยก 10 อันดับซอยอันตรายในกรุงเทพมหานครมาให้ผู้อ่านได้ทราบเผื่อจะสนใจกันนะคะ

กรุงเทพมหานครได้ทำการรวบรวมเสียงร้องเรียนของชาวบ้านในเขตต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต เกี่ยวกับเรื่องราวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถนำมาจัดอันดับ เป็น 10 ยอดซอยเปลี่ยว อันตรายของกรุงเทพฯ ได้ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังว่า มีซอยอะไรกันบ้าง อาจจะเป็นซอยของบ้านเราเองก็ได้ รู้แล้วจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ หรือจะทำใจก็ตามแต่ ส่วนคนที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่แถวนั้น แต่เกิดมีความจำเป็น ต้องไปทำธุระแถวๆ นั้น ก็จะได้ให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

อันดับแรก คือ ซอยลาดพร้าว 21 เขตจตุจักร เป็นซอยลึกประมาณ 500 เมตร มีบ้านเรือน อยู่ประมาณ 150 หลัง ทั้งหมดเป็นบ้านพักอาศัย ไม่มีร้านค้า ภายในซอยจึงไม่พลุกพล่าน และมีพงหญ้ารก ต้นไม้พุ่มค่อนข้างสูง ยิ่งตอนกลางคืนจะมืดและเปลี่ยวมาก มีการปล้นจี้กันบ่อยครั้งมาก เคยมีการทำร้ายกันจนถึงชีวิตมาแล้ว

อันดับที่สอง คือ ซอยวิภาวดี 64 เขตหลักสี่ เป็นซอยที่ตั้งของหมู่บ้านจินตรา โครงการ 4 สภาพในซอยบางแห่งรกร้างและทรุดโทรม การฉกชิงวิ่งราวในยามวิกาลเกิดขึ้นเป็นปกติ

อันดับที่สาม คือ ซอยจรัลสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย เป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพและนักเสพยา การงัดแงะรถยนต์ และ ลวนลามสตรีเพศ เกิดขึ้นเป็นประจำ กลางคืนจะดูเปลี่ยวและมืด น่าหวาดหวั่นมาก

อันดับที่สี่ คือ ซอยจรัลสนิทวงศ์ 89 เขตบางพลัด จุดนัดพบของนักค้ายาเสพติด เป็นที่น่าหวาดกลัวของชาวบ้านทั่วไป ตอนกลางคืนจะเต็มไปด้วยกลุ่มวัยรุ่นและมิจฉาชีพ ดูแล้วเป็นที่น่าอันตรายอีกซอยหนึ่ง

อันดับที่ห้า คือ ซอยสวนผัก 11 เขตตลิ่งชัน เป็นซอยแยกจากถนนสวนผัก ชุมชนใหญ่ย่านชานเมือง กลางคืนจะเปลี่ยวมาก มีการจี้ปล้นกันบ่อย ๆ แล้วคนร้ายก็ลอยนวลไปได้ทุกครั้ง

อันดับที่หก คือ ซอยภิรมย์ เขตสัมพันธวงศ์ เป็นซอยแยกจากถนนทรงวาด มีวัยรุ่นติดยา เข้าไปมั่วสุมกันทุกวัน กลางคืนเปลี่ยว เหตุปล้นจี้ ลักขโมย งัดแงะรถยนต์ เกิดขึ้นเป็นประจำ

อันดับที่เจ็ด คือ ซอยเจริญนคร 23 หรือ ซอยอู่ใหม่ เขตคลองสาน กลางคืนจะเปลี่ยวและมืดมาก การปล้นจี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รถจักรยานยนต์หายเป็นประจำ

อันดับที่แปด คือ ซอยวิมุตยาราม เขตบางพลัด เป็นซอยที่นักเลงนัดหมายมาพบปะ เพื่อปะทะกำลังกันอยู่เป็นประจำ กลางคืนจะเปลี่ยวมาก ทั้งวัยรุ่นและมิจฉาชีพแวะเวียนเข้าออกภายในซอย เป็นว่าเล่น เป็นแหล่งอาชญากรรมและแหล่งมั่วสุมยาเสพติดที่น่ากลัว

อันดับที่เก้า คือ ซอยร่วมรักษา เขตห้วยขวาง เป็นแหล่งซื้อขายยาเสพติดที่ขึ้นชื่อมานับสิบปี และนักจี้ปล้นยังแวะเวียนเข้าออกภายในซอยกันเป็นว่าเล่น

อันดับที่สิบ คือ ซอยวัดมะกอก ถนนราชวิถี ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นซอยที่เต็มไปด้วย ปัญหายาเสพติดและอันธพาล กลางคืนชาวบ้านไม่กล้าก้าวเท้าออกจากบ้าน ไม่ถูกปล้นจี้ก็อาจถูกทำร้ายทางเพศได้

ที่มา: http://board.dserver.org/n/nemesis/00000710.html

Read more →

สัญญาณกันขโมย VS เหล็กดัด ความกังวลที่ต้องเลือก??



สวัสดีครับ วันนี้ทีมงาน C-Curity Xpert กลับมาพร้อมกับบทความดีๆ ด้านเทคนิคกันขโมยให้กับบ้านกันอีกแล้วนะครับ หลังจากที่หายไปเก็บข้อมูลมานิดหน่อย เลยทำให้รู้ว่าความจริงแล้วคนไทยนั้นเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยกันมากเลยทีเดียว สังเกตุจากหลายๆ กระทู้ตามเว็บบอร์ด มีสินค้าอยู่ 3 กลุ่มที่คนที่มีบ้านจะนึกถึงเวลาที่ต้องการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านกัน นั่นก็คือ กลุ่มสินค้ากล้องวงจรปิด (CCTV) กลุ่มสินค้าประเภทเหล็กดัด และสุดท้ายกลุ่มสินค้าสัญญาณกันขโมย

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเหล็กดัดมักจะเป็นทางเลือกต้นๆ สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านหรือแม้แต่คอนโด แต่ในขณะที่เกิดเหตุจริง ขโมยส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ในการจัดการกับเหล็กดัดของคุณเพื่อเข้าไปภายในตัวบ้าน ( youtube : https://www.youtube.com/watch?v=a8L-Yv9YXf8 ) เมื่อเจ้าของบ้านทราบถึงปัญหาเช่นนั้น ก็จะซื้อกล้องวงจรปิดเข้ามาเสริมอีกเพื่อดูว่าคนที่บุกรุกบ้านของเราหน้าตาเป็นยังไง? แต่กว่าจะรู้เช่นนั้น ของมีค่าในบ้านก็ถูกขนย้ายขึ้นรถหนีไปแล้ว แล้วจะดีกว่ามั๊ย? ถ้ามีอุปกรณ์กันขโมยดูแลบ้านให้คุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน

จริงอยู่ที่ระบบสัญญาณกันขโมยอาจดูแลคุณได้ไม่ถึงกับ 100% แม้จะซื้อระบบกันขโมยในราคาหลักหมื่น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หยุดขโมยบุกรุกเข้ามาในบ้านของคุณได้และอาจดูไม่แน่นหนาเท่าเหล็กดัด แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้ระบบสัญญาณกันขโมยมีความสามารถมากขึ้น และสามารถแจ้งเหตุถึงคุณได้แบบ Real-Time คือตรวจพบการบุกรุกเมื่อไร ก็สามารถแจ้งเหตุไปยังมือถือของคุณและคนอื่นๆ ที่ตั้งค่าไว้ในระบบได้ทันที และยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อสั่งการทำงานอุปกรณ์ได้อีกด้วย ดังนั้นการติดอุปกรณ์สัญญาณกันขโมย จึงเป็นการลงทุนเพื่อแจ้งเหตุให้เรารับรู้ถึงความปลอดภัยในบ้านของเราตลอด 24 ชั่วโมงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน และช่วยให้เจ้าของบ้านสบายใจมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าตัวอุปกรณ์สามารถโทรออกไปยังบุคคลที่สามารถไว้ใจได้และอยู่ใกล้เคียงเพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบการบุกรุกในบ้านของคุณได้อย่างทันท่วงที

โดยทั่วไปแล้ว ระบบสัญญาณกันขโมยและเหล็กดัด นั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูงจนทำให้เจ้าของบ้านหลายท่านอาจจะต้องเลือกติดตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อปกป้องบ้านให้ปลอดภัยจากขโมย แต่กับสินค้าของ C-Curity นั้น คุณสามารถซื้อระบบสัญญาณกันขโมยแบบ Full Option ในราคาเพียงหลักพัน ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไป อีกทั้งยังลดค่าติดตั้งไปได้อีก สำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่ ทีมงาน C-Curity Xpert ขอแนะนำ C-Curity US-132 ชุดระบบสัญญาณกันขโมยแบบครบวงจรไร้สาย สามารถโทรออกแจ้งเหตุได้ถึง 5 หมายเลข เพิ่มอุปกรณ์ได้ สามารถเปิด-ปิดระบบได้ด้วยการกดรีโมทเพียงครั้งเดียว สนนราคาเพียง 5,480 บาทเท่านั้น! พูดได้เลยว่าระบบกันขโมยที่ฟังก์ชั่นครบขนาดนี้ในราคานี้ หาไม่ได้อีกแล้ว เพียงติดตั้งชุดอุปกรณ์นี้ไปพร้อมกับเหล็กดัดที่คุณมีอยู่เดิมหรือที่กำลังตัดสินใจซื้อ บ้านของคุณก็จะมีความปลอดภัยเกือบร้อยเปอร์เซนต์เลยทีเดียว

แม้ว่าในตอนนี้ใครหลายคนมักจะเลือกเหล็กดัดเป็นทางเลือกแรกสำหรับการรักษาความปลอดภัยให้ทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ทุกคนต่างก็ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า เหล็กดัดนั้นทำให้บ้านรุสึกอึดอัด และดูเหมือนเป็นกรงขัง อีกทั้งเมื่อถึงคราวที่เจอขโมยขึ้นบ้านจริงๆ ก็กลับไม่ได้ช่วยอะไรมาก แค่ทำให้ขโมยเข้าถึงตัวบ้านได้ช้าลงนิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่ขโมยเลือกบ้านที่จะเข้าไป ก็มักจะเลือกบ้านที่ดูมีการป้องกันน้อยกว่า หากคุณติดเพียงกันขโมยไว้ในบ้านโดยพึ่งแต่ความสามารถของระบบกันขโมยอย่างเดียว ขโมยก็เลือกที่จะเข้าบ้านของคุณมากกว่าที่จะไปเสียเวลางัดเหล็กดัดของบ้านข้างๆ ดังนั้นทีมงาน C-Curity Xpert จึงขอแนะนำว่า หมดยุคที่คุณต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างเหล็กดัดและสัญญาณกันขโมยแล้วครับ ในเมื่อคุณสามารถซื้อได้ทั้ง 2 อย่างในคราวเดียว ด้วยอุปกรณ์กันขโมยของ C-Curity ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาทสำหรับ Door/Window Sensor และ 1,900 บาทสำหรับ Motion Detector เพียงเท่านี้ การเดินทางไกลของคุณจะไม่สะดุดเพราะเป็นห่วงบ้านอีกเลย...

Read more →

10 เคล็ดลับที่จะทำให้ขโมยเมินบ้านคุณไปเลย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!


สวัสดีคร่า ^__^ วันนี้ซีระมีบทความที่ออกจะซีเรียสสักหน่อยนะคะ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์ดีก็เลยนำมาให้อ่านกันเช่นเคยนะคะ ตามข้อมูลจาก FBI การลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นทุก 16 วินาทีเลยทีเดียว หากคุณกำลังซื้อบ้านใหม่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ควรแก่การตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยของบ้าน ทรัพย์สินต่างๆ หรือแม้แต่ของตกแต่งบ้านของคุณที่ใช้เวลาสะสมเงินมานับปี ต้องถูกปกป้องอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ ด้วยความเป็นห่วงเหล่านี้ซีระจึงอยากนำเสนอ 10 เคล็ดลับในการรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านของคุณให้ปลอดภัยจากขโมยได้เป็นอย่างดี

1. การเปลี่ยนแปลงระบบล็อคประตูให้มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะกว่า 50% ของการขโมย หัวขโมยมักจะเข้าทางประตูด้วยเครื่องมือปลดล็อคประตูที่ทันสมัย การเปลี่ยนระบบล็อคประตูที่ดีที่สุดจะทำให้คุณปลอดภัยจากการโจรกรรมได้มากยิ่งขึ้น

2. ใช้เวลาตรวจสอบรอบๆ รั้วบ้าน เพื่อมองหาจุดเสี่ยงที่ขโมยอาจจะเข้ามาถึงตัวบ้านของคุณได้ เช่นมุมอับริมรั้วที่มีต้นไม้ครึ้ม หรือจุดที่ลับสายตาคน หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพื้นที่เหล่านั้นได้จริงๆ ให้หาอุปกรณ์กันขโมยติดไว้บริเวณนั้นสักตัวก็ได้

3. สอบถามผู้ดูแลพื้นที่ เช่นตำรวจ หรือ รปภ. ที่ดูแลพื้นที่ของคุณ พวกเขาอาจให้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและในบางครั้งอาจจะได้รับรู้เกี่ยวกับอดีตและแนวโน้มการโจรกรรมในพื้นที่ของคุณได้อีกด้วย

4. พบปะและทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านของคุณเพื่อความร่วมมือในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเมื่อมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้าน จำเป็นต้องมีช่องทางที่ติดต่อกันได้เสมอ

5. ติดตั้งโคมไฟที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอกบ้าน การใช้โคมไฟที่สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติภายนอกบ้าน จะทำให้ขโมยเข้าใจว่ามีคนดูแลอยู่ในบ้านตลอดเวลา อีกทั้งยังประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาว่าบ้านของคุณซื้ออะไรเข้ามาบ้างด้วยการทิ้งกล่องที่บรรจุเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่คุณเพิ่งซื้อมาไว้ที่หน้าบ้านของคุณ เพราะขโมยมักจะมาตรวจสอบเรื่อยๆ จากกล่องเหล่านั้นว่าคุณซื้ออะไรเข้ามาบ้าง และน่าสนใจแค่ไหน

7. ต้องไม่ลืมตรวจสอบระบบป้องกันของบ้านเช่นการล็อคประตูและหน้าต่างทุกบานให้แน่นหนาและอย่าลืมที่จะเปิดระบบกันขโมยของคุณก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการวางกุญแจสำรองในสถานที่ผู้อื่นสามารถเข้าถึงได้ แม้มันจะสะดวกสำหรับคุณแต่ก็สะดวกสำหรับขโมยเช่นกัน

8. เพื่มทางเลือกการตรวจสอบบุคคลหน้าบ้านด้วยอุปกรณ์มองผู้มาเยือนจากภายใน เช่นตาแมว หรือ intercom เป็นต้น จะทำให้คุณปลอดภัยได้มากกว่าการเปิดประตูออกไปรับโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

9. หลีกเลี่ยงการวางของมีค่าไว้ในที่ที่ผู้คนจะสามารถมองเห็นได้จากภายนอก เพราะขโมยส่วนใหญ่จะใช้เวลาตรวจสอบทรัพย์สินในบ้านก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าจะคุ้มค่าต่อการเข้าไปขโมยหรือไม่

10. วางแผนการป้องกันสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิดที่วางไว้นอกตัวบ้าน เช่นเครื่องตัดหญ้า, จักรยานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม และเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปพักผ่อนในช่วงหยุดยาว ควรวางแผนทุกอย่างให้เหมือนว่ามีคนอยู่บ้านตลอดเวลา การวางแผนทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้ขโมยเลิกสนใจบ้านของคุณและหันไปเลือกบ้านที่เงียบกว่าและระบบป้องกันน้อยกว่านั่นเองค่ะ

เป็น 10 เคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตนเองเลยใช่มั๊ยล่ะ? เหนือสิ่งอื่นใดนั้น...การมีอุปกรณ์กันขโมยไว้ในบ้านก็เป็นอีกทางเลือกที่สำคัญอีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่บ้านได้อย่างดีทีเดียวค่ะ หากสนใจอุปกรณ์กันขโมยที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่แพงสักชุดแล้วล่ะก็ C-Curity สามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยให้บ้านของคุณในทุกฟังก์ชั่นเลยค่ะ หรือจะปรึกษาเราได้ฟรีที่ LINE ค้นคำว่า @c-curity เรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาตลอดเวลาเลยค่ะ
Read more →

เทคโนโลยีสมัยนี้ช่วยให้คุณทำแบบนี้กับลูกของคุณได้ คนเป็นพ่อ-แม่ถึงกับโล่งใจ!


สวัสดีคร่า พบกับซีระอีกเช่นเคยสำหรับเทคนิคดีๆ ด้านความปลอดภัยในบ้านนะคะ พรุ่งนี้ก็วันฮาโลวีนกันแล้ว การปล่อยเด็กๆ ออกไป trick or treat ในคืนฮาโลวีนเพียงลำพังเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพ่อ-แม่ที่รักลูกๆ เหมือนกันนะคะ แน่อนว่า คุณอาจจะอยากให้ความเป็นอิสระแก่เด็กๆ บ้าง แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยเช่นกัน ซึ่งเทคโนโลยีในสมัยนี้นั้นก็เป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เช่นแอพพลิเคชั่นที่ซีระจะมาแนะนำในวันนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคลายกังวลกับเด็กๆ ที่ออกไปร่วมงานฮาโลวีนในคืนที่ 31 ตุลาคม กันอย่างสบายใจมากขึ้นค่ะ ตามไปอ่านกันเลยยยย

1.FamilySignal [free|iOS]
แอพพลิเคชั่นที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์หลากหลายสำหรับคืนฮาโลีวีนของคุณ ซึ่งมาพร้อมกับแผนที่แสดงผลตำแหน่งของคนในครอบครัวบนโทรศัพท์มือถือได้ทันทีแบบ Real-Time ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเด็กๆ ของคุณก็สามารถแจ้งเตือนได้ทันทีโดยสัมผัสหน้าจอเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดขอบเขตจำลองให้โปรแกรมแจ้งเตือนการเข้า-ออกพื้นที่ได้อีกด้วย...น่าสนใจใช่มั๊ยล่ะ? ^__^

2.Life360 [free|iOS,Windows,Android]
หนึ่งในแอพพลิเคชั่นตัวเก๋า Life360 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ครบถ้วนในการเชื่อมต่อครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกัน คุณสามารถกำหนดสถานที่ที่ชื่นชอบในการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อคนในครอบครัวได้ไปถึงสถานที่แห่งนั้น และตราบใดที่เด็กๆ พกโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าของพวกเขาคุณก็สบายใจได้ทุกเวลา

3.Glympse [free|iOS,Windows,Android]
แอพพลิเคชั่นฟรีที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานง่ายๆ กับความสามารถพื้นฐานอย่างเช่นการแชร์ตำแหน่งที่อยู่ให้กับผู้ที่ได้รับการอนุมัติ คุณสามารถขอ Glympse จากเด็กๆ ของคุณก่อนที่จะออกไปสนุกสนานในคืนฮาโลวีนได้ และนั่นจะทำให้คุณสามารถติดตามพวกเขาได้ตลอดทั้งคืน

4.Footprints [Demo 30 วัน | iOS]
เป็นแอพพลิเคชั่นติดตามผ่าน GPS ที่มีการออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แอพพลิเคชั่น Footprints จะคอยดึงข้อมูลด้านสถานที่มาให้โดยอัตโนมัติ และสามารถตั้งค่าให้มีการแจ้งเตือนกลับมายังโทรศัพท์มือถือของคุณได้ทันทีที่ลูกๆ ของคุณได้ออกไปนอกเส้นทางทำให้คุณสามารถรู้ได้ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น

5.Family Tracker [$5.99 | iOS,Android]
แอพพลิเคชั่นที่ใช้ GPS ในการติดตามแบบ Real-Time โดยใช้การแจ้งเตือนผ่าน Apple หรือ Google ได้ฟรีแทนการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านบริการ SMS แต่ต้องมีการตั้งค่าก่อนใช้งานเช่นกัน คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดทุกเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อที่ลูกๆ ของคุณได้ออกไปสนุกสนานในคืนฮาโลวีนเลยค่ะ

ดีใช่มั๊ยล่ะ? กับระบบติดตามแบบ Real-Time ที่ซีระแนะนำให้แฟนเพจได้ทราบกันในวันนี้ หรือใครจะเอาไปประยุกต์ใช้กับคนอื่นๆ ที่เราเป็นห่วงก็ได้นะคะ เช่นผู้สูงอายุหรือแม้แต่คนรู้ใจก็ติดตามได้ไม่มีปัญหาเลยค่ะ

Read more →

ขโมยชะงัก! เมื่อเจอกับเจ้าอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงมากขนาดนี้ มันคืออะไร?

พบกับบทความดีๆ จากทีมงาน C-Curity Xpert เช่นเคยนะครับ สืบเนื่องจากเทรนด์กันขโมยในปี 2015 ที่ทางทีมงานได้โพสต์ไว้ใน Facebook ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ในปี 2016 จะมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ เข้ามาทำให้หัวขโมยหวาดผวากันได้บ้าง...แล้วก็เลยไปเจอกับเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้เข้ามาอยู่ในลิสต์ของ "อุปกรณ์กันขโมย"???


ตามเสป็คแล้ว...ไม่ร้อง...ไม่มีเซนเซอร์ ไม่โทรแจ้งเตือน เสียบปลั๊กมีไฟแว๊บๆ ความคิดในแว่บแรกขึ้นมาคือมันอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกง่วงจนหลับไปหรือเปล่า? ซึ่งแน่นนอนว่า...ไม่ใช่ครับ...555 คือพยายามไม่อ่านคำอธิบายแล้วมานั่งหาวิธีใช้งานอุปกรณ์ตัวนี้กันเองอยู่นานโดยมีคำใบ้ว่า Fake TV อยู่บนตัวอุปกรณ์ ซึ่งวิธีการใช้งานอุปกรณ์ตัวนี้จริงๆ แล้วก็ตามคำใบ้เลยครับ มันคือ "ทีวีปลอม" นั่นเอง

อุปกรณ์ตัวนี้มีขื่อว่า FakeTV FTV-11-US ถูกพัฒนาขึ้นจากนิสัยของหัวขโมยที่ชอบขึ้นบ้านที่มีลักษณะมืดๆ และเงียบสงัด โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาวก็จะยิ่งมีตัวเลือกในการบุกเข้าบ้านที่ไร้การป้องกันมากขึ้น แล้วจะดีกว่ามั๊ย? ถ้าทำให้ชะงักด้วยการทำเหมือนว่ามีคนนอนดูทีวีอยู่ในบ้าน...แต่ถึงกระนั้น ในช่วงที่หยุดยาวซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง 3-4 วันในการท่องเที่ยวหรือกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด จะให้เปิดทีวีทิ้งไว้ทั้งวันก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ไม่เหมาะเอาซะเลย ทั้งเปลืองไฟและอาจทำให้ทีวีเกิดความเสียหายจากการเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานานด้วย อุปกรณ์ตัวนี้จึงเกิดมาเพื่อการสร้างแสงเสมือนว่าเราเปิดทีวีอยู่ในบ้านนั่นเอง

อุปกรณ์แสงทีวีเสมือนนี้เป็นรุ่นพัฒนาล่าสุด ใช้แสง RGB เหมือนทีวีจริง, มี Refresh Rate ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนนั่งดูทีวีอยู่จริงๆ และสามารถตั้งเวลาให้ทำงานเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องการได้อีกด้วย พอเห็นประโยชน์จริงๆ ของอุปกรณ์ชื้นนี้แล้ว ชักอยากจะซื้อมาใช้ในบ้านสักตัวก่อนหยุดยาวสิ้นปีนี้แล้วล่ะสิ ยังไงก็ชมวิดีโอด่านล่างก่อนตัดสินใจซื้อกันได้เลยครับ

Read more →

C-Curity DIY80RF ภาคต่อจาก C-Curity DIY80 ใช้ง่ายกว่าเดิม!

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับรีวิวอุปกรณ์กันขโมยใน C-Curity DIY80 Series นั่นคือ C-Curity DIY80RF ที่ถือได้ว่าเป็นตัวท็อปของกันขโมยตระกูล DIY เลยทีเดียว! โดยทีมงาน C-Curity Xpert การันตีถึงความสุดยอดของอุปกรณ์ตัวนี้กันทุกคน หากนึกถึงระบบกันขโมยหรือ Home Security คนมักจะคิดถึงระบบใหญ่ๆ ที่ต้องใช้ช่างติดตั้งในราคาที่แสนแพง แต่กับ C-Curity DIY80RF นั้น คุณกลับได้ฟังก์ชั่นที่ครบครันในราคาเพียงไม่กี่พัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Motion Detector, การกำหนดรหัส 4 หลัก, โทรออกแจ้งเหตุได้และมีรีโมท...


C-Curity DIY-80RF เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (PIR Motion Detector) ที่ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดในการตรวจจับความร้อนในระยะ 7 เมตร อย่างที่ทางทีมงานได้บอกกันไปแล้วว่า C-Curity DIY-80RF นั่นก็คือตัวอัพเกรดของ DIY-80 ซึ่งเสป็คและฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงขนาดก็ใกล้เคียงกัน และแน่นอนสิ่ที่เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือรีโมทนั่นเองครับ ^__^


อุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาก็เน้นที่ความสะดวกสบายเช่นเคย สามารถใส่ถ่านแล้วพร้อมใช้งานได้ทันที สามารถโทรออกผ่านตู้โทรศัพท์ภายในแบบ PABX ได้ด้วย นั่นหมายความว่าตัวเครื่องสามารถโทรไปยังป้อม รปภ. หน้าหมู่บ้านหรือคอนโดที่มีระบบตู้โทรศัพท์ภายในโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ด้วยนะครับ เรียกได้ว่ามีฟังก์ชั่นที่ครบมากๆ


ด้านการออกแบบ C-Curity DIY-80RF จะมีฝาครอบ Key Pad มาให้ด้วย ทำให้ดีไซน์ของ C-Curity DIY-80RF ดูเรียบหรูยิ่งกว่าเดิม วัสดุที่ใช้ก็เป็นพลาสติกเกรดดีที่สามารถใช้นอกบริเวณตัวบ้านที่รับแสงแดดได้ การประกอบที่แน่นหนาทำให้ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานสูงต่างจาก Motion Detector แบบถูกๆ ที่ไม่สามารถนำไปติดตั้งภายนอกและไม่สามารถทนแดดทนฝนได้มากเท่าไร แผงปุ่มกด Multi Function ที่ควบคุมการตั้งค่าทุกอย่างได้ มีตัวเลข 0-9 สามารถกดหนดรหัสผ่านได้ 4 หลักเพื่อเปิด-ปิดระบบครับ


ภายในเครื่องจะมีน๊อตและช่องใส่ถ่านขนาด AAA 4 ก้อน แนะนำให้ใช้ถ่านอัลคาไลน์ที่ดีที่สุดเพื่อความพร้อมใช้งานที่ยาวนานครับ จะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยนถ่านบ่อยๆ คอนเซปต์เดิมของเราคือใส่ถ่านใช้ได้ทันที ส่วนรีโมทนั้นมีถ่านอยู่ภายในแล้วครับ


การเสียบสายโทรศัพท์ก็เพียงนำปลายสายข้างนึงมาเสียบไว้บนส่วนหัวของตัวเครื่องแล้วพาดสายมาออกตรงท้ายเครื่องตามภาพ เพียงนำไปเสียบเข้ากับระบบโทรศัพท์บ้านที่มีอยู่ อุปกรณ์ก็พร้อมที่จะโทรออกแจ้งเหตุได้แล้วครับ การตั้งรหัสสำหรับอุปกรณ์ C-Curity DIY-80RF จะสามารถทำได้ทันทีที่ใส่แบตเตอรี่ครบ 4 ก้อน โดยการกดรหัสนั้น จะต้องห้ามขึ้นต้นด้วยเลข "0" ซึ่งตัวรหัสผ่านนี้จะต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ใส่แบตเตอรี่นะครับ

การเพิ่มเบอร์โทรศัพท์สำหรับโทรออกก็ง่ายมากๆ เพียงกด *[ลำดับที่][เบอร์โทร]* เช่น การตั้งค่าเบอร์โทรลำดับที่ 1 ก็เพียงกด *10999999999* อุปกรณ์ก็จะโทรออกไปยังเบอร์ 0999999999 เป็นเบอร์แรก สามารถตั้งค่าได้สูงสุด 3 เบอร์ครับ

สำหรับการอัดเสียง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นกันเพียงกด #1# อุปกรณ์ก็จะมีไฟขึ้นมาให้พูดข้อความเป็นเวลา 6 วินาที ตัวอย่างข้อความก็เช่น "ห้อง 404 ตึก B กำลังมีผู้บุกรุกค่ะ" 6 วินาที เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้าต้องการอัดใหม่ก็เพียงทำซ้ำกับขั้นตอนนี้ได้เลยครับ

ส่วนการเปิด-ปิด ระบบนั้นให้กด *9* เพื่อปิดระบบ และ #9# เพื่อเปิดระบบได้เหมือน C-Curity DIY-80 เลยครับ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ C-Curity DIY-80RF สามารถใช้รีโมทเปิด-ปิดได้โดยที่ไม่ต้องไม่ยุ่งกับตัวเครื่องเลยครับ


ขั้นตอนการติดตั้งก็แค่เพียงขันน๊อตที่อยู่ในชุดติดตั้งให้แน่นหนาและตรวจสอบให้แน่ใจก่อน หรือใครจะใช้กาวสองหน้าแบบแบบที่ดีๆ หน่อยก็ไม่ว่ากันครับ ติดอยู่ในระยะความสูงที่เราสามารถกดรหัสได้สะดวกด้วยนะครับ เผื่อเวลาที่เราลืมรีโมทหรือต้องเปลี่ยนถ่าน อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้งานได้นะครับ

ส่วนระยะมุมทำการของ C-Curity DIY-80RF มีองศาที่กว้างมากเลยทีเดียว คือ 90 องศาสำหรับแนวตั้ง และ 140 องศาสำหรับแนวนอน ทำให้สามารถเก็บทุกรายละเอียดของบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังรองรับการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุได้อีก ทำให้คุณไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลถึงทรัพย์สินหรือแม้แต่ชีวิตของคนที่คุณรัก


จากที่ทีมงานได้ทดสอบพลังเสียงไซเรนที่มีเทคโนโลยี Ultra Loud ในระดับความดังที่ 100 dB พบว่าระยะการได้ยินนั้นไกลมาก ได้ยินไปประมาณ 3 ช่วงตัวบ้าน หรือราวๆ 30-50 เมตร และอุปกรณ์ก็ทำการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุในแทบจะทันทีเลยครับ สุดยอดมากจริงๆ โดยการโทรออกนั้นอุปกรณ์จะค่อยๆ โทรไปทีละเลขหมายตามลำดับจนครบทั้ง 3 เบอร์ คุณภาพเสียงที่ได้ก็คมชัดดีครับ เรียกได้ว่าฟังรู้เรื่องว่าโทรมาจากบ้านไหนซอยไหนเลยล่ะ แตกต่างจากอุปกรณ์กันขโมยจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทีมงานเคยนำมาทดสอบ เสียงที่ได้ยินจะเหมือนกับโทรศัพท์ที่สัญญาณอ่อนและมีคลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา แม้จะโทรออกได้เหมือนกันแต่คุณภาพที่ได้นั้นแตกต่างกันมากครับ

โดยรวมแล้ว C-Curity DIY-80RF นั่นก็คือ DIY-80 ที่มีรีโมทเพิ่มขึ้นมานั่นเอง เมื่อทดสอบการใช้งานจริงมีความรู้สึกว่า C-Curity DIY-80RF นั้นใช้งานง่ายกว่า C-Curity DIY-80 มาก เพราะการที่มีรีโมทเพิ่มขึ้นมานั้นทำให้เราสามารถเปิด-ปิดระบบได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว ถ้าต้องการอุปกรณ์กันขโมย Motion Detector ดีๆ ไว้ใช้ในบ้านสักตัวแล้วล่ะก็ C-Curity DIY-80RF จึงเป็นอุปกรณ์ที่สุดยอดที่สุดที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว!

ก่อนวันหยุดยาวนี้ ลองเลือกสุดยอดอุปกรณ์กันขโมย C-Curity DIY80RF ไปดูแลบ้านของคุณสักเครื่องนะครับ
Read more →

สดๆ ร้อนๆ มันยอดมาก! กับรีวิว C-Curity DIY80 โทรแจ้งเหตุได้

พบกันอีกครั้งนะครับ...สำหรับรีวิวสวยๆ จากทีมงาน C-Curity Xpert วันนี้มีสินค้าอีกหนึ่งตัวที่จะนำเสนอครับ และนั่นก็คือ C-Curity DIY-80 นั่นเอง! ในบทความรีวิวที่แล้วทีมงานได้นำเสนอตัว C-Curity DIY-60 ไป ได้รับการตอบรับดีมาก ไม่น่าเชื่อนะครับว่าคนสมัยนี้จะมองเห็นความสำคัญของอุปกรณ์กันขโมยกันมากขนาดนี้ ไม่รอช้า รีบมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า C-Curity DIY-80 กันเลย


C-Curity DIY-80 เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (PIR Motion Detector) ที่ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดในการตรวจจับความร้อนในระยะ 7 เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในบ้านและอาคารทั่วไปที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีหน้ากว้างไม่เกิน 7 เมตรครับ และสิ่งที่พิเศษสุดๆ ของ C-Curity DIY-80 เลยก็คือ ตัวเครื่องสามารถโทรออกผ่่านระบบโทรศัพท์บ้านได้ถึง 3 เบอร์ พร้อมข้อความเสียงที่บันทึกไว้ในตัวเครื่องได้ถึง 6 วินาที! ปกติแล้วฟังก์ชั่นระดับนี้จะมีแต่ในระบบกันขโมยหลักหมื่นขึ้นไปเลยนะครับ จึงนับได้ว่า C-Curity DIY-80 นั้น คุ้มค่ามากจริงๆ


อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็สามารถติดตั้งเองได้ทันที มีทั้งน๊อตยึดและสายโทรศัพท์ อ้อ! ลืมบอกไปอย่างนึง C-Curity DIY-80 นั้นสามารถโทรออกผ่านตู้โทรศัพท์ภายในแบบ PABX ได้ด้วย นั่นหมายความว่าตัวเครื่องสามารถโทรไปยังป้อม รปภ. หน้าหมู่บ้านหรือคอนโดที่มีระบบตู้โทรศัพท์ภายในโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ด้วยนะครับ เรียกได้ว่ามีฟังก์ชั่นที่ครบมากๆ


ด้านการออกแบบที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เมื่อติดตั้งไปแล้วตัวอุปกรณ์ก็ยังจะช่วยให้บ้านดู Smart ขึ้นอีกด้วย วัสดุที่ใช้ก็เป็นพลาสติกเกรดดีที่สามารถใช้นอกบริเวณตัวบ้านที่รับแสงแดดได้ การประกอบที่แน่นหนาทำให้ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานสูงต่างจาก Motion Detector แบบถูกๆ ที่ไม่สามารถนำไปติดตั้งภายนอกและไม่สามารถทนแดดทนฝนได้มากเท่าไร แผงปุ่มกด Multi Function ที่ควบคุมการตั้งค่าทุกอย่างได้ มีตัวเลข 0-9 สามารถกดหนดรหัสผ่านได้ 4 หลักเพื่อเปิด-ปิดระบบครับ


มาเริ่มติดตั้งกันเลยดีกว่า สำหรับการแกะเครื่องออกมีน๊อตตัวเดียวที่ส่วนท้ายของตัวเครื่องครับ


ภายในเครื่องจะมีน๊อตและช่องใส่ถ่านขนาด AAA 4 ก้อน แนะนำให้ใช้ถ่านอัลคาไลน์ที่ดีที่สุดเพื่อความพร้อมใช้งานที่ยาวนานครับ จะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยนถ่านบ่อยๆ คอนเซปต์เดิมของเราคือใส่ถ่านใช้ได้เลย ซึ่งมันง่ายจริงๆ


การเสียบสายโทรศัพท์ก็เพียงนำปลายสายข้างนึงมาเสียบไว้บนส่วนหัวของตัวเครื่องแล้วพาดสายมาออกตรงท้ายเครื่องตามภาพ เพียงนำไปเสียบเข้ากับระบบโทรศัพท์บ้านที่มีอยู่ อุปกรณ์ก็พร้อมที่จะโทรออกแจ้งเหตุได้แล้วครับ การตั้งรหัสสำหรับอุปกรณ์ C-Curity DIY-80 จะสามารถทำได้ทันทีที่ใส่แบตเตอรี่ครบ 4 ก้อน โดยการกดรหัสนั้น จะต้องห้ามขึ้นต้นด้วยเลข "0" ซึ่งตัวรหัสผ่านนี้จะต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ใส่แบตเตอรี่นะครับ

การเพิ่มเบอร์โทรศัพท์สำหรับโทรออกก็ง่ายมากๆ เพียงกด *[ลำดับที่][เบอร์โทร]* เช่น การตั้งค่าเบอร์โทรลำดับที่ 1 ก็เพียงกด *10999999999* อุปกรณ์ก็จะโทรออกไปยังเบอร์ 0999999999 เป็นเบอร์แรก สามารถตั้งค่าได้สูงสุด 3 เบอร์ครับ

สำหรับการอัดเสียง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นกันเพียงกด #1# อุปกรณ์ก็จะมีไฟขึ้นมาให้พูดข้อความเป็นเวลา 6 วินาที ตัวอย่างข้อความก็เช่น "ห้อง 404 ตึก B กำลังมีผู้บุกรุกค่ะ" 6 วินาที เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้าต้องการอัดใหม่ก็เพียงทำซ้ำกับขั้นตอนนี้ได้เลยครับ

ส่วนการเปิด-ปิด ระบบนั้นให้กด *9* เพื่อปิดระบบ และ #9# เพื่อเปิดระบบครับผม


ขั้นตอนการติดตั้งก็แค่เพียงขันน๊อตที่อยู่ในชุดติดตั้งให้แน่นหนาและตรวจสอบให้แน่ใจก่อน หรือใครจะใช้กาวสองหน้าแบบแบบที่ดีๆ หน่อยก็ไม่ว่ากันครับ ติดอยู่ในระยะความสูงที่เราสามารถกดรหัสได้สะดวกด้วยนะครับ เพราะเวลาเข้า-ออกหรือการเปิด-ปิดระบบ เราต้องใส่รหัสทุกครั้งถ้าเราติดสูงไป อาจทำให้เกิดความลำบากในการใช้งานได้นะครับ

ส่วนระยะมุมทำการของ C-Curity DIY-80 มีองศาที่กว้างมากเลยทีเดียว คือ 90 องศาสำหรับแนวตั้ง และ 140 องศาสำหรับแนวนอน ทำให้สามารถเก็บทุกรายละเอียดของบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังรองรับการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุได้อีก ทำให้คุณไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลถึงทรัพย์สินหรือแม้แต่ชีวิตของคนที่คุณรัก

จากที่ทีมงานได้ทดสอบพลังเสียงไซเรนที่มีเทคโนโลยี Ultra Loud ในระดับความดังที่ 100 dB พบว่าระยะการได้ยินนั้นไกลมาก ได้ยินไปประมาณ 3 ช่วงตัวบ้าน หรือราวๆ 30-50 เมตร และอุปกรณ์ก็ทำการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุในแทบจะทันทีเลยครับ สุดยอดมากจริงๆ โดยการโทรออกนั้นอุปกรณ์จะค่อยๆ โทรไปทีละเลขหมายตามลำดับจนครบทั้ง 3 เบอร์ คุณภาพเสียงที่ได้ก็คมชัดดีครับ เรียกได้ว่าฟังรู้เรื่องว่าโทรมาจากบ้านไหนซอยไหนเลยล่ะ แตกต่างจากอุปกรณ์กันขโมยจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทีมงานเคยนำมาทดสอบ เสียงที่ได้ยินจะเหมือนกับโทรศัพท์ที่สัญญาณอ่อนและมีคลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา แม้จะโทรออกได้เหมือนกันแต่คุณภาพที่ได้นั้นแตกต่างกันมากครับ

เป็นยังไงบ้างครับ? สำหรับการรีวิวอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว C-Curity DIY-80 ที่ทีมงาน C-Curity Xpert หยิบมารีวิวให้ชมในวันนี้ ก่อนหยุดยาวในสัปดาห์นี้ก็ลองศึกษาอุปกรณ์กันขโมยดีๆ ไว้ที่บ้านสักเครื่องนะครับ ผมว่าคงไม่มีใครที่พร้อมเฝ้าบ้านให้คุณตลอด 24 ชม. ได้เหมือน C-Curity DIY-80 อย่างแน่นอน!


ถ้าสนใจแล้วก็ซื้อเลย! C-Curity DIY-80 รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!

Read more →

รีวิวแกะกล่อง C-Curity DIY-60

วันนี้ทางทีมงาน C-Curity Xpert ได้หยิบยกตัวอย่างสินค้าของเราอย่าง C-Curity DIY-60 มา unboxing กันให้ดูสดๆ เลยว่าเจ้าอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ชิ้นนี้มันทำอะไรได้บ้าง และมีประโยชน์ในการใช้งานอย่างไร เพราะเหตุใดจึงต้องมี C-Curity DIY-60 ติดตั้งไว้ที่บ้านของเรากันด้วย ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับหน้าตาของ C-Curity DIY-60 กันก่อนเลยครับ


C-Curity DIY-60 เป็นอุปกรณ์สำหรับการแจ้งเตือนผู้บุกรุกที่มาทางประตูหรือหน้าต่าง ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ 2 ชิ้นด้วยกันคือ Sensor Control เป็นตัวส่งสัญญานเสียงไซเรนซึ่งเป็นตัวควบคุมทั้งหมด และตัว Magnet contact ที่เอาไว้ตรวจสอบการเข้า-ออกอันไม่พึงประสงค์ เมื่อติดตั้งพร้อมเปิดอุปกรณ์ตัวนี้ให้พร้อมทำงานแล้วจะร้องเตือนทันทีเมื่ออุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ถูกแยกออกจากกันด้วยสัญญานเสียงไซเรนด้วยความดังระดับ 100 เดซิเบล ซึ่งดังพอที่จะทำให้ขโมยตกใจและทำให้คนในละแวกใกล้เคียงได้ยินถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น


หน้าตาของแพ๊กเกจสีสันสะดุดตาสามารถหาชมสินค้าตัวจริงได้ที Homepro ทุกสาขาเลยครับ


ขนาดของตัวเครื่องเมื่อเที่ยบกับ iphone 5s จะเห็นได้ว่า C-Curity DIY-60 ดูอวบๆ นิดหน่อย แต่วัสดุที่ใช้ประกอบดูแข็งแรงทนทานเมื่อจับพลิกไปมาดูแล้วก็แน่นหนาดีครับ ไม่ออกอาการป๊อกแป๊กเหมือนอุปกรณ์กันขโมยติดประตู-หน้าต่างแบบทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาด


ทำความรู้จักเจ้าอุปกรณ์กันขโมยตัวนี้กันได้พอสมควรแล้วเรามาเริ่มต้นใช้งานกันดีกว่า ผมแนะนำให้ใช้ไขควงจิ๋วแบบนี้นะครับ หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็สามารถหาซื้อไขควงแบบนี้ได้ตามตลาดทั่วไปเลยครับ ครั้งแรกอาจจะฝืดหน่อย แนะนำให้กดแน่นๆ ก่อนหมุนนะครับเกลียวน๊อตจะได้ไม่เกิดอาการสึกหรอไปก่อนเวลาอันควรครับพอเปิดฝาด้านหลังออกแล้วจะมีน๊อตยึดให้อีก 2 ตัวด้านในตามภาพด้านล่างเลยครับ


ด้านในจะพบชุดใส่ถ่านขนาด AAA 4 ก้อนครับ ถ้าเป็นถ่านอัลคาไลน์แบบดีๆ หน่อย ตัวนี้ก็จะสามารถ standby ได้ถึง 1 ปีเลยนะครับ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะลืมนะครับเจ้า C-Curity DIY-60 นี้จะมีไฟเตือนแบตใกล้หมดให้คุณรู้ก่อนล่วงหน้า จึงทำให้หายห่วงเรื่องแบตเตอรี่ใช้งานไปได้เลย ข้อดีอีกอย่างนึงของการใช้ถ่านไฟฉายแบบนี้ก็คือ ถ้าหากเกิดไฟดับขึ้นอุปกรณ์ตัวนี้ก็ยังใช้งานต่อได้โดยที่ไม่ได้ดับไปด้วยครับ

สำหรับการเริ่มต้นใช้งานเพียงคุณใส่ถ่านจนครบทั้ง 4 ก้อนระบบก็จะส่งเสียงพร้อมทำงานทันที จากนั้นให้คุณกำหนดรหัส 4 ตัวบนตัวอุปกรณ์ได้เลยครับ อุปกรณ์ก็จะจำรหัสนั้นไปจนกว่าคุณจะทำการเปลี่ยนถ่านครั้งใหม่เลยครับ แต่จำไว้ว่าทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่าน คุณจะต้องกำหนดรหัสผ่านทุกครั้งด้วยนะครับ


วิธีการติดตั้ง ก็เริ่มจากขันน๊อต 2 ตัวลงบนวงกบประตูหรือหน้าต่างที่ต้องการติดตั้งเสียก่อน หรือถ้าใครบอกว่าไม่อยากเจาะหรือทำอะไรกับชิ้นส่วนของบ้าน จะใช้กาวสองหน้าก็ไม่ว่ากันครับ แต่ข้อเสียก็จะมีตอนเปลี่ยนถ่านนี่แหล่ะครับ มันจะงัดออกมาลำบากน่าดู สำหรับคนที่คิดแล้วว่าอยากใช้กาวสองหน้าจริงๆ ผมแนะนำให้ซื้อแบบดีๆ หน่อย เพราะอุปกรณ์ค่อนข้างมีน้ำหนัก หากใช้กาวสองหน้าแบบธรรมดา อาจจะทำให้อุปกรณ์หล่นลงมาเสียหายได้ ทีมงานทดสอบด้วยกาวสองหน้าชนิดฟิล์มบาง สรุปคือเอาไม่อยู่ครับต้องใช้แบบโฟมและมีความหนานิดหน่อยจึงจะสามารถติดได้อยู่


สำหรับการติดตั้งตัว Magnet Contact ให้สังเกตุรูปสามเหลี่ยมบนอุปกรณ์ซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่า Contact Point เพียงลอกแถบกาวด้านหลังออกแล้วติดให้ตรงกันกับตัว Sensor Control เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งานแล้วครับ


เสร็จแล้วครับ ระบบกันขโมยของผม ใช้เวลาทั้งหมดในการติดตั้งตั้งแต่แกะกล่องออกมาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น รวดเร็วแถมยังปลอดภัยและมีดีไซน์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับเจ้าอุปกรณ์กันขโมย C-Curity DIY-60 ตัวนี้  ส่วนในเรื่องของเสียงแจ้งเตือน Alarm ขณะเกิดเหตุ สเปคตัวนี้ระบุไว้ว่า 100 เดซิเบล เท่าที่ทดสอบการแจ้งเหตุดูเสียงเตือนก็ดังชัดเจนและน่าตกใจ เอาง่ายๆ เจอเสียงดังขนาดนี้ ถ้าเป็นยามวิกาลสัก ตี1-ตี2 เสียงคงได้ยินถึงรปภ.หน้าหมู่บ้านแน่นอน

ฟีเจอร์อีกตัวนึงที่พิเศษของเจ้า C-Curity DIY-60 ซึ่งไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ นั่นคือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Split Capture คือระบบที่คอยตรวจสอบการเข้า-ออกประตูจริงๆ ไม่ใช่แค่การสั่นไหวตามปกติ เท่าที่ทีมงานได้ทดสอบอยู่ระยะหนึ่งนั้นค่อนข้างเห็นความแตกต่างได้ชัดเมื่อประตูได้รับการสั่นสะเทือนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นพายุ, เสียงฟ้าผ่า, หรือแม้แต่เปิดลำโพงที่มีเบสหนักๆ จนตัวเซนเซอร์เกิดอาการสั่นไหว หากเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กราคาถูกก็จะร้องเตือนขึ้นมาเมื่อเกิดการสะเทือนระดับหนึ่งซึ่งมีความเป็นไปได้จากพายุและฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก แต่กับ C-Curity DIY-60 กลับแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้อง นับว่าเป็นอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากจริงๆ ครับ

Specfication

Door/Window Alarm
100 dB Powerful Alarm
Programmable Security Code
15-second delay for password
Simply and Easy to Use

More Information C-Curity DIY60
Read more →

7 เหตุผลที่ควรมีระบบกันขโมยไว้ในบ้าน



สวัสดีคร่า! กลับมาพบกันเช่นเคย กับซีระ สาวน้อยผู้กลัวโดนขโมยตุ๊กตาหมีที่ปล่อยให้อยู่บ้านเพียงลำพังนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า วันก่อนไปพบเจ้เปียกข้างบ้านมาค่ะ กะว่าจะไปบอกเพื่อนบ้านสักหน่อยว่าบ้านเราติดกันขโมยน่ะ เผื่อว่าวันไหนร้องเสียงดังขึ้นมายามวิกาล จะได้รู้เลยว่า อ๋อ เสียงจากบ้านเราเองนะ ก็เลยจะมาขอโทษไว้ก่อนค่ะ

แต่แล้วสถานการณ์กลับพลิกผัน บ้านข้างๆ เราติดกล้องวงจรปิดไว้ก่อนแล้ว และเคยโดยขโมยขึ้นบ้านไปรอบนึง ได้ของไปเยอะอ่ะ ทั้งมือถือ สร้อยทอง ฯลฯ เจ้เปียกเขาก็ถามมาว่า ติดทำไม? ติดแล้วของก็โดนขโมยอยู่ดี พอกลับไปดูกล้องที่บันทึกไว้ ก็เห็นหน้าคนร้ายแบบลางๆ ลางมากๆ ผ่านมาปีกว่าแล้วยังจับใครไม่ได้เลย ตอนนี้เจ้เปียกเลยหมดศรัทธาในการติดระบบจับขโมยไปเลย ก็เลยอธิบายหล่อนไปว่า ระบบกันขโมยกับกล้องวงจรปิดไม่เหมือนกันนะ! เพราะระบบกันขโมยเวลาที่มีใครแอบเข้ามาในบ้านเวลาที่เปิดระบบอยู่มันจะร้องไง เสียงดังด้วย ถ้าโจรไม่วิ่ง ก็อาจจะเป็นเราที่โทรเรียกใครสักคนมาจับก็ได้ เลยคุยกับเจ้เปียกถึงเหตุผลที่ควรจะติดระบบกันขโมยได้สักพักก่อนกลับบ้าน เท่าที่จำได้ก็ประมาณ 7 ข้อค่ะ

1. ปกป้องทรัพย์สินของคุณ

แม้ระบบกันขโมยที่ดีจะมีราคาสูง (บางแห่งสูงมาก) แต่เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของคนในบ้านแล้ว ไม่มีอะไรที่จะสูงไปกว่าเลย ว่ากันว่าที่อเมริกามีขโมยขึ้นบ้านทุก 13 วินาที แต่ละครั้งจะกวาดทรัพย์สินไปราว 2,000 USD โดยเฉลี่ย บางครั้งก็มีอาชญากรรมเกิดขึ้นในระหว่างทำการขโมยด้วย น่าแปลกที่ตัวเลขเหล่านี้กลับถูกลดความเสี่ยงไปได้กว่า 300% ด้วยระบบกันขโมยอันละไม่กี่พันบาท ถามว่าคุ้มมั๊ย? คือคุ้มมากเลยล่ะ

2. พร้อมดูแลตลอดเวลาที่คุณต้องการ

หลายครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่บ้าน เราทุกคนต่างก็ต้องมีเรื่องให้อยู่นอกบ้านด้วยกันทุกวัน แล้วใครจะดูแลบ้านให้เราตลอดเวลา รปภ.หมู่บ้าน? ผู้สูงอายุ? ต่างก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดูแลบ้านของเราได้ 100% เทคโนโลยีกันขโมยสมัยนี้จึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการดูแลความปลอดภัยของบ้านได้ 24 ชั่วโมง และพร้อมแจ้งเหตุถึงคุณได้หลายหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น บางอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของคุณและผู้ที่เกี่ยวข้องได้พร้อมกัน บางอุปกรณ์ก็ทำให้เราเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติจากนอกบ้านได้ทันที ทำให้สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่พร้อมช่วยเหลือได้ทันที

3. ประหยัดเงิน

อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะงง...ว่าระบบกันขโมยจะช่วยคุณประหยัดเงินได้อย่างไร? เหตุการณ์นี้จะได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อโดนขโมยขึ้นบ้านไปแล้ว ทรัพย์สินที่เสียไปอาจเทียบไม่ได้กับอุปกรณ์กันขโมยเพียงไม่กี่พันบาทด้วยซ้ำ การติดตั้งระบบกันขโมยไว้ในบ้านก็คือการป้องกันเหตุก่อนเกิดเหตุนั่นเอง ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า คุณจะสามารถประหยัดเงินได้จากความเสี่ยงเหล่านี้โดยสิ้นเชิง

4. ป้องกันเหตุร้ายแรงภายในบ้าน

นอกจากระบบกันขโมยตามปกติแล้ว ระบบเหล่านี้ยังมีอุปกรณ์ป้องกันภัยในบ้านด้วย เช่นเครื่องตรวจจับควัน ตรวจจับแก๊ส หรือแม้แต่เครื่องตรวจระดับน้ำเพื่อแจ้งเตือนเมื่อเกิดน้ำท่วม อุปกรณ์เซนเซอร์เพิ่มเติมเหล่านี้จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและอาจจะช่วยให้ประหยัดค่าซ่อมแซมความเสียหายทั้งหลายจากการเข้าไประงับเหตุได้ทันท่วงที

5. ดูแลคนที่คุณรักได้ตลอดเวลา

ระบบกันขโมยในวันนี้ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงระยะไกลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายในบ้านแบบ real time จากข้างนอก ด้วยการปรับแต่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นคุณอาจจะมีเด็กหรือผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน คุณก็เพียงติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดสำคัญๆ ภายในบ้านเพื่อกลับเข้ามาดูว่าผู้สูงอายุหรือเด็กๆ เหล่านั้นอยู่ในบ้านกันได้ตามปกติหรือเปล่า หรืออาจมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือคุณก็สามารถรู้และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ก่อนการสูญเสียจะเกิดขึ้น

6. แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ในระบบกันขโมยอย่างปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินที่สามารถติดตั้งร่วมกันได้ ช่วยให้ผู้สูงอายุในบ้านสามารถแจ้งเหตุไปยังเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบได้ทันทีด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

7. บรรเทาความเครียด

ด้วยระบบกันขโมยโดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการดูแลแบบ 24/7/365 คือสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ที่ผิดปกติภายในบ้านได้ตลอดเวลา ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับบ้านตลอดเวลาที่คุณอยู่นอกบ้าน หรืออาจไปต่างจังหวัดไกลๆ ระบบกันขโมยแบบครบครันจะทำให้คุณสามารถตรวจสอบบ้านของคุณได้ในทันทีที่มีการแจ้งเตือน ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยได้ตลอดเวลาและความเครียดจากความเป็นห่วงของคุณลงไปได้เกือบ 100%

ว๊าว! ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าเหตุผลของการติดตั้งระบบกันขโมยจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ สำหรับซีระ อาจจะไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้น แค่เป็นห่วงพี่หมีสุดที่รักในบ้านอ่ะค่ะ ปล่อยให้อยู่คนเดียวในบ้านทุกวัน กลัวว่าใครจะแอบมาขโมยไป ก็เลยติดตั้งระบบกันขโมยไว้ในบ้าน ยังไงก็อุ่นใจกว่าค่ะ

หากผู้อ่านท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มติดตั้งจากตรงไหน ใช้งบประมาณเท่าไร สามารถติดต่อสอบถามซีระได้ตลอดเวลาที่ Facebook ได้เลยค่ะ มาร่วมติดตามเปนแฟนเพจกันเยอะๆ นะคะ แล้วซีระจะอัพเดทบทความดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษาบ้านให้ปลอดภัยให้ดูกันตลอดๆ เลยจร้าาา ^__^

Read more →