C-Curity DIY80RF ภาคต่อจาก C-Curity DIY80 ใช้ง่ายกว่าเดิม!

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับรีวิวอุปกรณ์กันขโมยใน C-Curity DIY80 Series นั่นคือ C-Curity DIY80RF ที่ถือได้ว่าเป็นตัวท็อปของกันขโมยตระกูล DIY เลยทีเดียว! โดยทีมงาน C-Curity Xpert การันตีถึงความสุดยอดของอุปกรณ์ตัวนี้กันทุกคน หากนึกถึงระบบกันขโมยหรือ Home Security คนมักจะคิดถึงระบบใหญ่ๆ ที่ต้องใช้ช่างติดตั้งในราคาที่แสนแพง แต่กับ C-Curity DIY80RF นั้น คุณกลับได้ฟังก์ชั่นที่ครบครันในราคาเพียงไม่กี่พัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Motion Detector, การกำหนดรหัส 4 หลัก, โทรออกแจ้งเหตุได้และมีรีโมท...


C-Curity DIY-80RF เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (PIR Motion Detector) ที่ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดในการตรวจจับความร้อนในระยะ 7 เมตร อย่างที่ทางทีมงานได้บอกกันไปแล้วว่า C-Curity DIY-80RF นั่นก็คือตัวอัพเกรดของ DIY-80 ซึ่งเสป็คและฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงขนาดก็ใกล้เคียงกัน และแน่นอนสิ่ที่เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือรีโมทนั่นเองครับ ^__^


อุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาก็เน้นที่ความสะดวกสบายเช่นเคย สามารถใส่ถ่านแล้วพร้อมใช้งานได้ทันที สามารถโทรออกผ่านตู้โทรศัพท์ภายในแบบ PABX ได้ด้วย นั่นหมายความว่าตัวเครื่องสามารถโทรไปยังป้อม รปภ. หน้าหมู่บ้านหรือคอนโดที่มีระบบตู้โทรศัพท์ภายในโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ด้วยนะครับ เรียกได้ว่ามีฟังก์ชั่นที่ครบมากๆ


ด้านการออกแบบ C-Curity DIY-80RF จะมีฝาครอบ Key Pad มาให้ด้วย ทำให้ดีไซน์ของ C-Curity DIY-80RF ดูเรียบหรูยิ่งกว่าเดิม วัสดุที่ใช้ก็เป็นพลาสติกเกรดดีที่สามารถใช้นอกบริเวณตัวบ้านที่รับแสงแดดได้ การประกอบที่แน่นหนาทำให้ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานสูงต่างจาก Motion Detector แบบถูกๆ ที่ไม่สามารถนำไปติดตั้งภายนอกและไม่สามารถทนแดดทนฝนได้มากเท่าไร แผงปุ่มกด Multi Function ที่ควบคุมการตั้งค่าทุกอย่างได้ มีตัวเลข 0-9 สามารถกดหนดรหัสผ่านได้ 4 หลักเพื่อเปิด-ปิดระบบครับ


ภายในเครื่องจะมีน๊อตและช่องใส่ถ่านขนาด AAA 4 ก้อน แนะนำให้ใช้ถ่านอัลคาไลน์ที่ดีที่สุดเพื่อความพร้อมใช้งานที่ยาวนานครับ จะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยนถ่านบ่อยๆ คอนเซปต์เดิมของเราคือใส่ถ่านใช้ได้ทันที ส่วนรีโมทนั้นมีถ่านอยู่ภายในแล้วครับ


การเสียบสายโทรศัพท์ก็เพียงนำปลายสายข้างนึงมาเสียบไว้บนส่วนหัวของตัวเครื่องแล้วพาดสายมาออกตรงท้ายเครื่องตามภาพ เพียงนำไปเสียบเข้ากับระบบโทรศัพท์บ้านที่มีอยู่ อุปกรณ์ก็พร้อมที่จะโทรออกแจ้งเหตุได้แล้วครับ การตั้งรหัสสำหรับอุปกรณ์ C-Curity DIY-80RF จะสามารถทำได้ทันทีที่ใส่แบตเตอรี่ครบ 4 ก้อน โดยการกดรหัสนั้น จะต้องห้ามขึ้นต้นด้วยเลข "0" ซึ่งตัวรหัสผ่านนี้จะต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ใส่แบตเตอรี่นะครับ

การเพิ่มเบอร์โทรศัพท์สำหรับโทรออกก็ง่ายมากๆ เพียงกด *[ลำดับที่][เบอร์โทร]* เช่น การตั้งค่าเบอร์โทรลำดับที่ 1 ก็เพียงกด *10999999999* อุปกรณ์ก็จะโทรออกไปยังเบอร์ 0999999999 เป็นเบอร์แรก สามารถตั้งค่าได้สูงสุด 3 เบอร์ครับ

สำหรับการอัดเสียง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นกันเพียงกด #1# อุปกรณ์ก็จะมีไฟขึ้นมาให้พูดข้อความเป็นเวลา 6 วินาที ตัวอย่างข้อความก็เช่น "ห้อง 404 ตึก B กำลังมีผู้บุกรุกค่ะ" 6 วินาที เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้าต้องการอัดใหม่ก็เพียงทำซ้ำกับขั้นตอนนี้ได้เลยครับ

ส่วนการเปิด-ปิด ระบบนั้นให้กด *9* เพื่อปิดระบบ และ #9# เพื่อเปิดระบบได้เหมือน C-Curity DIY-80 เลยครับ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ C-Curity DIY-80RF สามารถใช้รีโมทเปิด-ปิดได้โดยที่ไม่ต้องไม่ยุ่งกับตัวเครื่องเลยครับ


ขั้นตอนการติดตั้งก็แค่เพียงขันน๊อตที่อยู่ในชุดติดตั้งให้แน่นหนาและตรวจสอบให้แน่ใจก่อน หรือใครจะใช้กาวสองหน้าแบบแบบที่ดีๆ หน่อยก็ไม่ว่ากันครับ ติดอยู่ในระยะความสูงที่เราสามารถกดรหัสได้สะดวกด้วยนะครับ เผื่อเวลาที่เราลืมรีโมทหรือต้องเปลี่ยนถ่าน อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้งานได้นะครับ

ส่วนระยะมุมทำการของ C-Curity DIY-80RF มีองศาที่กว้างมากเลยทีเดียว คือ 90 องศาสำหรับแนวตั้ง และ 140 องศาสำหรับแนวนอน ทำให้สามารถเก็บทุกรายละเอียดของบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังรองรับการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุได้อีก ทำให้คุณไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลถึงทรัพย์สินหรือแม้แต่ชีวิตของคนที่คุณรัก


จากที่ทีมงานได้ทดสอบพลังเสียงไซเรนที่มีเทคโนโลยี Ultra Loud ในระดับความดังที่ 100 dB พบว่าระยะการได้ยินนั้นไกลมาก ได้ยินไปประมาณ 3 ช่วงตัวบ้าน หรือราวๆ 30-50 เมตร และอุปกรณ์ก็ทำการโทรออกเพื่อแจ้งเหตุในแทบจะทันทีเลยครับ สุดยอดมากจริงๆ โดยการโทรออกนั้นอุปกรณ์จะค่อยๆ โทรไปทีละเลขหมายตามลำดับจนครบทั้ง 3 เบอร์ คุณภาพเสียงที่ได้ก็คมชัดดีครับ เรียกได้ว่าฟังรู้เรื่องว่าโทรมาจากบ้านไหนซอยไหนเลยล่ะ แตกต่างจากอุปกรณ์กันขโมยจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทีมงานเคยนำมาทดสอบ เสียงที่ได้ยินจะเหมือนกับโทรศัพท์ที่สัญญาณอ่อนและมีคลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา แม้จะโทรออกได้เหมือนกันแต่คุณภาพที่ได้นั้นแตกต่างกันมากครับ

โดยรวมแล้ว C-Curity DIY-80RF นั่นก็คือ DIY-80 ที่มีรีโมทเพิ่มขึ้นมานั่นเอง เมื่อทดสอบการใช้งานจริงมีความรู้สึกว่า C-Curity DIY-80RF นั้นใช้งานง่ายกว่า C-Curity DIY-80 มาก เพราะการที่มีรีโมทเพิ่มขึ้นมานั้นทำให้เราสามารถเปิด-ปิดระบบได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว ถ้าต้องการอุปกรณ์กันขโมย Motion Detector ดีๆ ไว้ใช้ในบ้านสักตัวแล้วล่ะก็ C-Curity DIY-80RF จึงเป็นอุปกรณ์ที่สุดยอดที่สุดที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว!

ก่อนวันหยุดยาวนี้ ลองเลือกสุดยอดอุปกรณ์กันขโมย C-Curity DIY80RF ไปดูแลบ้านของคุณสักเครื่องนะครับ